ขอนำเสนอรายชื่อ 9 ภาพยนตร์ไทย ที่คนรักหนังจำเป็นต้องไม่พลาด! รับประกันด้วยผลงานการกวาดรางวัลภาพยนตร์ดี เชื่อว่าแต่ละเรื่องคุณจำเป็นต้องเคยดูบ้างล่ะภาพยนตร์ไทยของเราก็มีดีไม่แพ้หนังเมืองนอกนะจ๊ะ มีภาพยนตร์ไทยหลายต่อหลายเรื่องที่กวาดรายได้ไปอย่างใหญ่โต เรียกได้ว่าเป็นหนังร้อยล้านที่บรรลุความสำเร็จเยอะมาก


ลำดับที่ 9
OnZonDe

OnZonDe
ผลงานหนังตลกครึกครื้นแนวอีสานบ้านเฮา ที่ 3-4 ปีข้างหลังมานี้หนังแนวไทบ้าน-หน้าฮ้านเจือมนต์เพลงหมอลำกลายเป็นหนังอีกหนึ่งแนวที่มีออกมาให้ชมกันเยอะแยะ รวมทั้งบรรลุความสำเร็จในกลุ่มเป้าหมายคนดูอีสานอย่างน่าสังเกต รวมทั้งกับทีมดาราหนังประเด็นนี้ที่ชูกันมาจากหนังฮักแพง เมื่อปีก่อน อีกทั้งเบิ้ล สัตตบุษย์ราช, แซ็ค ชุมแพ, ก้อง ห้วยไร่, มั่งคั่งญ่า อาร์ไทย รวมทั้งยังมี แน็ค-ชาลี ไตรรัตน์ จากหนังแฟนฉันที่กลับมามีกระแสไวรัลมากมายในปี 2562 ก่อนหน้าที่ผ่านมาจนโด่งดังอีกรอบมาสมทบในหนังด้วย หนังฮักบวกฮา “ออนชอนเด้” ที่แปลว่า น่ารักน่าเอ็นดู สวยประเด็นนี้ควบคุมโดยผู้กำกับคนเดิมจากฮักแพง นั่นคือ ธีรอำนาจ สพันอยู่ รวมทั้งยังอำนวยการสร้างโดยเบิ้ล สัตตบุษย์ราชที่เป็นดาราหนังในเรื่องด้วย

 


ลำดับที่ 8
Khun Phaen Begins

Khun Phaen Begins
จำเป็นต้องยอมรับในไอเดียขึ้นต้นรวมทั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของทีมผู้สร้าง ที่กลับแนวแหกกรอบจนไม่เหลือเค้าเดิมของวรรณกรรมพื้นบ้านอย่างขุนช้างขุนแผนเลย (หนังขุนแผนฉบับล่าสุดจำเป็นต้องย้อนไปปี 2545 ของปื๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล ที่กำลังดังจากหนังบางระจัน) ซึ่งนานๆที่กำลังจะได้มองเห็นในภาพยนตร์ไทย รวมถึงการใส่เอฟเฟกต์แฟนตาซีเข้าไปแบบจัดเต็มซึ่งดูดีมากยิ่งกว่างานภาพยนตร์ไทยตามมาตรฐานทั่วไป หนังให้ครบทุกอารมณ์สำหรับคนดูที่ปรารถนาความเพลิดเพลินอีกทั้งอารมณ์ขัน โรแมนติก ไปจนกระทั่งสยองขวัญ แต่ว่ามาตกม้าตายที่เรื่องบทรวมทั้งการกระจายความสำคัญของนักแสดงที่มีผู้คนจำนวนมากได้อย่างไม่ทั่วถึง

 


ลำดับที่ 7
Bikeman

Bikeman
ภายหลังจากการบรรลุเป้าหมายของภาคแรกในระดับทำรายได้ 50 ล้านบาท ผู้กำกับพฤกษ์ เอมะรุจิจึงกลับมาทำหน้าที่เดิมในการสานต่อเรื่องราวจากภาคแรกเมื่อปี 2561 ผลงานร่วมสร้างระหว่าง Workpoint รวมทั้ง M Pictures ที่อำนวยการสร้างโดยยอร์ช-โอกาสชัยประเด็นนี้ ยังคงได้ดาราหนังชุดเดิมกลับมาทั้งผองอย่าง พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ที่ในปีนี้กำลังอยู่ในกระแสข่าวเลิกรากับนางเอกอีกคนจนกลายเป็นกระแสที่ช่วยส่งให้หนังดังด้วยก็เป็นไปได้, ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์ไพศาล, นักร้องดัง เจนนิเฟอร์ คิ้ม, ค่อม เชิญชื่น, โรเบิร์ต สายควัน, โอ๊ต-ความบันเทิงใจ ปาทาน สมทบด้วยดาราหนังใหม่ เต๋า-สมชาย เข็มซ่อนปลาย
จากการบรรลุเป้าหมายในภาคแรกกับหนังมองเอาฮารวมทั้งความเพลิดเพลิน การตีเหล็กตอนร้อนด้วยการส่งภาค 2 ตามมาติดๆในปีต่อมา (ซึ่งเป็นสูตรที่พี่นาคของไฟว์สตาร์ก็เดินตามในการรีบส่งภาค 2 ในปีต่อมาเลย) ก็เป็นอีกสูตรที่ดีของภาพยนตร์ไทยที่คนพร้อมจะเข้ารับความสนุกสนานแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แม้ว่าภาคนี้จะทำรายได้ร่วงจากภาคแรกลงไปเกือบครึ่ง ก็บางทีก็อาจจะจำเป็นต้องมาลุ้นกันว่า หนังจะมีภาค 3 ตามออกมาอีกหรือเปล่า

ลำดับที่ 6
Happy old Year

HAPPYOLDYEAR
เป็นอีกรอบที่ค่าย GDH ได้บอกให้เห็นถึงความไว้เนื้อไว้ใจของฐานแฟนๆ ที่พร้อมจะให้การส่งเสริมอีกทั้งหนังแมส (อย่างตุ๊ดส์ซี่หรือ Friend Zone) รวมทั้งหนังที่ดูเหมือนเข้าถึงได้ยากแบบนี้ ซึ่งก็ถือเป็นช่องทางที่ดีของคนชอบดูหนังคนประเทศไทยที่กำลังจะได้ทดลองรสแปลกใหม่ของหนังในอีกแบบ กับประเด็นนี้เอง ผู้กำกับเต๋อก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็นหนังที่ลอมชอมระหว่างการทำตามจิตใจตนเองกับกระทำตามตลาดที่สุดแล้ว เพราะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Die Tomorrow รวมทั้งฟรีแลนซ์ ห้ามป่วยไข้ ห้ามพัก ห้ามรักแพทย์ เป็นการปิดจบไตรภาคของหนังเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ที่เขาได้รับประสบการณ์รวมทั้งได้สัมผัสมา ไม่แน่หนังเรื่องต่อไปบางทีก็อาจจะเป็นหนังพีเรียดประวัติบุคคลบุคคลอะไรอย่างนั้นไปเลยก็ได้


ลำดับที่ 5

Krasue : Inhuman Kiss

Krasue Inhuman Kiss

การบรรลุเป้าหมายของหนังเกิดขึ้นมาจากการแสดงที่ลงตัวของดาราหนังหลัก รวมถึงการเซ็ตบรรยากาศรวมทั้งโปรดักชัน ของหนังออกมาได้เหมือนจริง แม้ว่าหนังจะมีเรื่องมีราวราวในองก์ที่ 3 ของเรื่องที่เปลี่ยนแปลงจากหนังทริลเลอร์กลายเป็นหนังแฟนตาซีเต็มแบบ แต่ว่าสูตรนี้ก็เคยใช้สำเร็จกับหนังอย่างนาคี 2 ที่ว่าด้วยภูตผีรวมทั้งสิ่งมีชีวิตในตำนานมาแล้ว หนังได้รับคัดให้เป็นผู้แทนเมืองไทย เข้าแข่งสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศดีของรางวัลออสการ์รายปี 2562 ด้วย

 

ลำดับที่ 4

Khun Bunlue

Khun Bunlue

กิน จ๊กมก ซูเปอร์สตาร์ตลกโปกฮามีชื่อของเมืองไทย กลับมาเล่นหนังเองควบคุมเองอีกรอบภายหลังจากควบคุมภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายคือ ทาสรักอสุรี เมื่อ 4 ปีก่อน โดยในประเด็นนี้เป็นหนังพีเรียดสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กิน จ๊กมกรับบทเป็นขุนบันลือ มีการผูกเรื่องให้กำเนิดที่จังหวัดเชียงราย กับกระแสข่าวโจ๊กในช่วงเวลาที่หนังกำลังสร้างว่า กินมีเมียน้อยอยู่ที่เชียงราย (ตามที่โหน่ง ชะช่าช่า ถูกใจบอกในรายการทีวี) ผู้กำกับยังบอกอีกว่า ตั้งใจจะสร้างหนังประเด็นนี้มา 7 ปีแล้ว รวมทั้งอยากให้คนภายในครอบครัวมาเล่นกันหมด ติดที่บุตรสาวพึ่งมีลูกเลยไม่สบายมาเล่นแค่คนเดียว

 


ลำดับที่ 3

Homestay 

Homestay
เรื่องราวของวิญญาณเร่ร่อนที่ได้รับช่องทางกลับมามีชีวิตอีกรอบในร่างของ ไม่น (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ยิ่ง) เด็กมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นการอยู่ในร่างที่เรียกว่าโฮมสเตย์ได้ชั่วครั้งคราวตราบจนกระทั่งจะหาคำตอบเรื่องราวทั้งผองได้ภายใน 100 วัน ว่า ขออภัยยเพราะคนไหนกันแน่ เขาเปรียบมีครอบครัวใหม่ มีสหายใหม่ รวมทั้งการได้มีความรักครั้งใหม่กับ พาย (พืชพันธุ์ปราง อารีย์กุล) พี่รหัสของ ไม่น หญิงที่ทำให้ผมอยากอยู่ในร่างโฮมสเตย์นี้ตลอดไป จำเป็นต้องทำทุกวิธีการเพื่อตอบก่อนที่เวลาชีวิตในร่างโฮมสเตย์ของผมจะหมดลง

ลำดับที่ 2
Brother of the Year

BROTHEROFTHEYEAR
ชัช (ซันนี่ กาญจน์ความฉลาดนนท์) พี่ชายที่คาดหวังอยากได้น้องชายก็ดันได้น้องสาวซะงั้น แถมตั้งแต่เด็กจนโต เขาชอบมีเรื่องมีราวตีกันกับ เจน (ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) ได้ตลอด เพราะเจนชอบทำตัวเสมือนแม่ แต่ว่าชัต่อยลับชอบทำตัวเป็นภาระมากยิ่งกว่าเป็นพี่ นอกเหนือจากนั้นชัชเองก็ด้อยกว่าเจนในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องการศึกษาเล่าเรียน กีฬา เค้าหน้า นิสัย แต่ว่าเวลาเดียวที่ชัชจะโชว์เหนือกระทำตัวเป็นพี่ได้ก็คือ ในช่วงเวลาที่มีคนมาจีบเจน ชัชจะไล่ชายหนุ่มๆพวกนั้นหนีหายไปหมดเป็นเสมือนการเอาคืน ทำให้เจนจำเป็นต้องปิดบังความรักระหว่างเธอกับ โมจิ (นิชคุณ หรเวชกุล) หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นสุดเพอร์เฟค เพราะเจนไม่ต้องการให้ความรักคราวนี้พังยับด้วยมือของพี่ชัชเสมือนที่ผ่าน แต่ว่าความรักไม่ใช่ความลับ ชัชทราบจนได้ว่าเจนกับโมจิแอบคบกัน แล้วมีหรอที่ชัชจะยอมปลดปล่อยผ่าน เพราะไม่ว่าอะไรที่ทำให้น้องสาวสุขสบาย พี่ชายที่แสนดีอย่างชัชจะไม่มีวันยินยอมให้เกิดขึ้นแน่ๆ!!

 


ลำดับที่ 1

Friend Zone

FRIENDZONE
ผลงานเรื่องแรกแบบเต็มๆของดาราหนังดาวรุ่งที่กำลังมาแรงอย่าง นาย-ณงาม เสียงสมบุญ ที่เคยฝากผลงานเอาไว้ภายในพรจากฟ้าของค่าย GDH ในตอนยามเย็น มาก่อน ส่วนฝ่ายหญิงก็ได้ส่งผลงานหนังร้อยล้านเรื่องแรกเสียที สำหรับ ใบเฟิร์น-พิมพ์บิดา ลือวิเศษไพบูลย์ ที่เคยแจ้งเกิดจากหนังสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักมาแล้ว (ทำรายได้ไป 80 ล้านบาท) รวมถึงปีนี้ยังเป็นปีที่เธอได้ส่งผลงานละครสุดได้รับความนิยมอย่างใบไม้ที่ปลิดลอยละลิ่ว ซึ่งเธอรับบทบาทเป็นสาวชนิดสองชื่อ”นิรา”ที่คนติดตามชมกันอีกทั้งบ้านทั่วทั้งเมือง ผลงานหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่เป็นแนวถนัดของค่าย GDH ประเด็นนี้ได้ผลงานของ หมู-ชยนพ บุญประกอบ ที่เคยควบคุมหนัง Suckseed ห่วยแตกขั้นเทพ, เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ รวมทั้งพรจากฟ้า ตอนยามเย็น ที่ที่งามเป็นดารานำชายมาก่อน ซึ่งก็ถือว่าเป็นงานโรแมนติกสุดกำลังที่ใช้เวลาพัฒนาบทกันมาถึง 4 ปีเต็ม ภายหลังจากหมูทำหนังวัยรุ่นมา 2 เรื่อง