3 ข้อควรรู้ โควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส หลังในไทยพบแล้ว 1 ราย

3 ข้อควรรู้ โควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส หลังในไทยพบแล้ว 1 ราย อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง ขณะที่ในวันนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแถลงเป็นทางการอีกครั้ง

ติดตาม “วัววิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส” เเน่นอนว่าวัววิดสายพันธุ์ที่น่ากังวลเยอะที่สุดในช่วงเวลานี้ก็คือ “สายพันธุ์เดลต้า” แพร่ระบาดได้อย่างเร็วแล้วก็เปลี่ยนเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดไปทั่วทั้งโลก นอกจากสายพันธุ์เดลต้ายังมีสายพันธุ์เดลต้าย่อยอีกด้วย

ซึ่งปัจจุบันวานนี้ นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคแล้วก็ภัยสุขภาพในคราวฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เผยออกมาว่า

ไทยเจอผู้ติดเชื้อโรควัววิด “สายพันธุ์เดลต้าพลัส” หรือ AY.4.2 จำนวน 1 ราย เป็นชายอายุ 49 ปี ประวัติความเป็นมาดำเนินงานที่ อำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
จากการส่งตัวอย่างไปที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทางการทหาร กองทัพบก เจอสายพันธุ์ AY.4.2 ตั้งแต่กันยายน 2564 ซึ่งเชื้อ “เดลต้าพลัส” ยังอยู่สำหรับเพื่อการจับตาเฝ้าระวังในประเทศไทย

เพราะว่าเชื้อวัววิด-19 สายพันธุ์เดลต้าพลัส กระจายเชื้อได้ง่ายดายกว่า วัววิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ทั้งนี้คนป่วยคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวรักษาหายแล้ว

โดยวันนี้ (26 เดือนตุลาคม 2564) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแถลงเป็นทางการอีกรอบ

3 ข้อควรทราบ วัววิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส ข้างหลังในไทยเจอแล้ว 1 ราย

1.วัววิดสายพันธุ์เดลต้าพลัสคืออะไร

โรงหมอวิชัยเวชระหว่างชาติ หนองดวงเดือนม บอกว่า วัววิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส ถือเป็นสายพันธุ์ย่อยของสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งจะมีการกลายพันธุ์ในกรดอะมิโน ที่เรียกว่า k417n เป็นกรณีกลายพันธุ์ที่คล้ายกับสายพันธุ์เบต้า หรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งจะทำให้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์นี้สามารถเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีมากว่า แล้วก็ติดต่อได้ง่ายที่สุดในเชื้อไวรัสวัววิด-19 ทุกสายพันธุ์

2.เดลต้าพลัสกับเดลต้าแตกต่างยังไง

ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ใจความผ่านเฟซบุ๊กให้ข้อมูลเรื่องการระบาดของวัววิดสายพันธุ์เดลต้าพลัสในสหราชอาณาจักร ดังนี้

สายพันธุ์เดลต้าพลัส หรือ AY.4.2 สหราชอาณาจักรมีการติดเชื้อโรคสายพันธุ์นี้เพิ่มขึ้นเร็วจนได้รับการยกระดับเป็น variant under investigation ที่ชิดกันช่วงนี้มีทุกเพศทุกวัย แต่ว่าพบได้บ่อยในเด็กแล้วก็เยาวชน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากยังได้รับวัคซีนกันไม่มากนัก

เดลต้าพลัส (AY.4.2) กลายพันธุ์ต่อยอดจากสายพันธุ์เดลต้า การป่วยจนจะต้องนอนโรงพยาบาล แล้วก็การตาย เท่าๆกับเดลต้า (B.1.617.2) แต่ว่าแพร่ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดลต้าเดิม 17%

อัตราการติดเชื้อด้านในครอบครัวเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม 12% (ตอนความเชื่อมั่นและมั่นใจ 8-16%) ทั้งนี้เรารู้กันจากงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยจำนวนหลายชิ้นว่า เดิมอัตราการแพร่ให้คนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน เฉลี่ยโดยประมาณ 18-20%

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโรคอย่างเร็วของสหราชอาณาจักรนั้น คาดว่าไม่น่าจะอธิบายจากความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการแพร่ของเดลต้าพลัสแต่เพียงอย่างเดียว

แต่ว่าน่าจะเป็นจากการใช้ชีวิตประจำวันของราษฎร ที่บางทีอาจไม่ได้ป้องกันภัยเคร่งครัด แล้วก็มีการเปิดกิจการกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อติดเชื้อโรค ทำให้เชื้อไวรัสซึ่งมีความสามารถแพร่ได้ดีมากว่าเดิมระดับหนึ่ง ไปอยู่ถูกที่ ถูกเวลา ซึ่งมีทั้งเรื่องคนจำนวนมาก แออัดคับแคบ ใกล้ชิด ระยะเวลาอยู่ร่วมกันนาน ก็จะทำให้เกิดติดเชื้อโรคเยอะแยะอย่างที่เห็นในขณะนี้ได้

ด้วยเหตุนั้น ชาวไทยเราจึงควรระมัดระวัง ข้างหลังเปิดประเทศ ธุรกิจกิจกรรมต่างๆจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ครบปัจจัยเสี่ยง number, frequency, closeness, duration ที่จะทำให้เชื้อเดลต้าเดิมในประเทศปะทุลามเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็หากมีสายพันธุ์กลายพันธุ์อย่างเดลต้าพลัสหรืออื่นๆเข้ามา ก็จะดำเนินรอยตามการระบาดหนักขึ้นของเมืองนอกได้

3.สมรรถนะของวัคซีนต่อเชื้อวัววิด-19 สายพันธุ์เดลตา

วัววิดสายพันธุ์เดลตา แล้วก็เดลตาพลัสเพิ่มคุณสมบัติสำหรับเพื่อการหลบภูมิคุ้มกันได้ดี

วัคซีนไฟเซอร์

ฉีดเข็มที่ 1 คุ้มครองป้องกันการติดเชื้อได้ 33% (มีความหมายว่า 33% เมื่อติดเชื้อโรคจะไม่มีการแสดงอาการ)

ฉีดเข็มที่ 2 คุ้มครองป้องกันการติดเชื้อได้ 88%

วัคซีนโมเดอร์ที่นา

ฉีดเข็มที่ 1 คุ้มครองป้องกันการติดเชื้อได้ 33%

ฉีดเข็มที่ 2 คุ้มครองป้องกันการติดเชื้อได้ 88%

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จากข้อมูลของทางสหรัฐอเมริกา

ฉีดเข็มที่ 1 คุ้มครองป้องกันการติดเชื้อได้ 33%

ฉีดเข็มที่ 2 คุ้มครองป้องกันการติดเชื้อได้ 60%

วัคซีนซิโนแวค

ยังไม่มีแถลงการณ์ในการปกป้องคุ้มครองการติดเชื้อ

อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้สมรรถนะของวัคซีนวัววิดจะแตกต่าง แต่ว่าทุกแบรนด์สามารถคุ้มครองป้องกันการอาการหนักหากติดเชื้อโรคจากสายพันธุ์เดลต้าได้ เพื่อคุ้มครองป้องกันอาการร้ายแรง ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนวัววิด